บลูเบอร์รี่

 

บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่ ชื่อสามัญ Blueberry

บลูเบอร์รี่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Vaccinium spp. จัดอยู่ในวงศ์ ERICACEAE

            หลายท่านที่เคยไปตามห้างสรรพสินค้า อาจพบผลไม้ ที่บรรจุในกล่องเล็ก ๆ มีลูกกลมสีม่วง ๆ หรือที่เราเรียกันว่า บลูเบอร์รี่ (blueberry) กันบ้างนะครับ   บลูเบอร์รี่ นอกจากจะมีรสชาติ หวานอร่อย แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มากมาย  แต่ราคาก็ถือว่าแพงมากเลยทีเดียว   ถ้าเราสามารถปลูก บลูเบอร์รี่ทานเองได้ที่บ้าน หรือปลูกขายก็น่าจะเป็นผลไม้ที่ทำรายได้ ได้สูงมากทีเดียว ท่านเชื่อหรือไม่ว่า บลูเบอร์รี่ บางสายพันธุ์ สามารถปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย  บทความนี้ ทางเราจะนำเสนอวิธีการปลูกบลูเบอร์รี่ รวมทั้งแนะนำสายพันธุ์ ที่ปลูกได้โดยไม่ต้องใช้ความหนาวเย็น  ซึ่งจะสามารถปลูกได้ทั่วทุกภาคของไทย เชื่อไหมว่า มนุษย์เราเพิ่งจะ รู้จักวิธีการปลูก ต้นบลูเบอร์รี่ เมื่อไม่ถึง 100 ปีมานี้เอง  อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้ก็ได้ ว่าทำให้ บลูเบอร์รี่  เป็นพืชที่ มี โรค แมลง น้อยมาก   บลูเบอร์รี่ เป็นพืชในตระกูลใกล้เคียงกับ กุหลาบพันปี (rhododendron and azalea) เป็นไม้พุ่มที่มีดอกสวยงาม เป็นต้นไม้ประดับสวนได้เป็นอย่างดี

ลักษณะของบลูเบอร์รี่

            ต้นบลูเบอร์รี่ ต้นมีหลายชนาดด้วยกันตั้งแต่ต้นสูง 10 เซนติเมตร ถึง 10 เมตร มีทั้งผลัดใบและไม้ผลัดใบ มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ (บลูเบอร์รี่เป็นไม้พุ่มสูงที่ปลูกในเชิงพาณิชย์นั้นถูกนำเข้าสู่ยุโรปในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1930) ใบบลูเบอร์รี่ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ถึงรูปหอก มีขนาดกว้างประมาณ 0.5-3.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1-8 เซนติเมตร

            ดอกบลูเบอร์รี่ ดอกเป็นรูประฆังสีขาว สีชมพู หรือสีแดง ผลบลูเบอร์รี่ ผลจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-16 มิลลิเมตร ที่ปลายผลมีวงแหวนเล็ก ๆ คล้ายมุงกุฎ ผลเมื่อยังอ่อนจะเป็นสีเขียวจาง ๆ พอแก่ขึ้นมาหน่อยก็จะมีสีม่วงแดง และเมื่อสุกจะมีสีคราม ผลเมื่อสุกเต็มที่จะมีรสหวานหรือหวานอมเปรี้ยว

การปลูกบลูเบอร์รี่

            ต้นบลูเบอร์รี่ มีอายุค่อนข้างนาน หากเราดูแลรักษาอย่างดี อาจให้ผลผลิตได้ ไม่ต่ำกว่า 20 ปี – 50 ปี เลยทีเดียว แนวทางการปลูกและดูแล บลูเบอร์รี่ เบื้องต้นมีดังนี้ ตินในแหล่งปลูก จะต้องระบายน้ำได้ดี บลูเบอร์รี่ชอบดินกรด ค่าความเป็นกรด/ด่าง pH ประมาณ 5.0 ควรใส่อินทรีย์วัตถุผสมลงในดินในปริมาณมาก หรือ อาจใส่คลุมดินก็ได้ หากปลูกเป็นแถว ควรยกร่องสูงประมาณ 1-1.5 ฟุต  และขนาดร่องกว้าง 3 ฟุต  เพื่อการระบายน้ำที่ดี บลูเบอร์รี่ชอบแดดจัด แหล่งปลูกควรได้รับแดดเต็มวัน หรืออย่างน้อย 3/4 ของวัน ไม่ควรให้บลูเบอร์รี่ออกผลในช่วง 1-2 ปีแรก (ให้ปลิดดอกทิ้ง) เพื่อให้มันนำอาหารไปเลี้ยงลำต้นให้แข็งแรงก่อนจะให้ผลผลิตในปีที่ 3 เนื่องจากบลูเบอร์รี่ชอบดินกรด  การปรับสภาพดินที่มี pH สูงให้ต่ำลง หรือเป็นกรดมากขึ้นนั้นไม่ควรปรับอย่างรวดเร็ว แต่ควรจะค่อย ๆ ปรับทีละน้อย โดยแต่ละปี ให้ลดค่า pH ลง 0.5 ถือว่าเหมาะสม  วิธีการลดค่า pH นั้นทำได้โดยใช้ ปุ๋ย แอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือ ใส่ กำมะถันผง  การใส่ peat moss ก็สามารถช่วยปรับสภาพดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุและทำให้ดินเป็นกรดเพิ่มขึ้น ได้ด้วย

แร่ธาตุและวิตามิน

            พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต 14.49 กรัม น้ำตาล 9.96 กรัม ใยอาหาร 2.4 กรัม ไขมัน 0.33 กรัมน โปรตีน 0.74 กรัม น้ำ 84.21 กรัม วิตามินเอ 54 หน่วยสากล วิตามินบี1 0.037 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.041 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.418 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.052 มิลลิกรัม วิตามินบี9 6 ไมโครกรัม วิตามินซี 9.7 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.57 มิลลิกรัม วิตามินเค 19.3 ไมโครกรัม แคลเซียม 6 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.28 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 12 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 77 มิลลิกรัม โซเดียม 1 มิลลิกรัม สังกะสี 0.16 มิลลิกรัม


ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการเว็บ Fast98 เป็น เครดิตฟรี ไม่ผ่านเอเย่นต์ ฝาก-ถอนระบบออโต้ มีแอดมินบริการตลอด 24 ชั่วโมง       

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พรหมตีนสูง

นมช้าง

กะเจียน