ไทรใบเล็ก
ไทรใบเล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus macleilandii
วงศ์ : MORACEAE
ลักษณะทั่วไป
ไทรใบเล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Ficus macleilandii วงศ์
: MORACEAE ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ ประเทศไทย
เป็นพันธุ์ไม้พุ่มขนาดกลางที่นิยมนำมาปลูก เป็นไม้ประดับภายในอาคารอีกชนิดหนึ่ง
เพราะเป็นพืชที่ต้องการแสง ปลูกง่าย ทนทาน รูปทรงสวยที่สามารถปลูกเป็นต้นเดี่ยว
หรือปลูกหลายๆ ต้นให้เป็นทรงพุ่ม หรือปลูกเป็นกลุ่ม 2-3 ต้น
ไทรใบเล็ก เป็นพรรณไม้ในตระกูลเดียวกับยางอินเดีย (Ficus)

แต่มีใบเล็กมีสีเขียวเข้มเป็นมันเงา
ขอบใบเรียบปลายใบแหลม ไทรใบเล็กชอบแดดจัด
หากปลูกภายในอาคารควรวางในตำแหน่งที่แสงแดดส่องถึงจะเติบโตได้ดี
นอกจากความสวยงามของใบและทรงพุ่มแล้ว
ไทรใบเล็กยังมีคุณสมบัติโดดเด่นมากในการดูดสารพิษได้มาก
และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่สภาพแวดล้อมภายในอาคารด้วยการคายน้ำได้มากอีกด้วย
เป็นพืชที่ต้องการแสง กึ่งแดด - แดดจัด เติบโตได้ดีในอุณหภูมิ 16-24 องศาเซลเซียส เป็นต้นไม้ที่ ต้องการความชื้นสูง
และ ต้องการน้ำน้อย

ไทรใบเล็กแต่ละสายพันธุ์นั้นจะมีลักษณะของใบที่แตกต่างกันเล็กน้อย
ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปรีแกมรูปไข่
บางต้นลักษณะของใบเป็นรูปกลมป้อม ส่วนบางพรรณก็เป็นรูปยาวรี
แต่โดยทั่วไปแล้วใบจะมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร
และยาวประมาณ 5-11 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ
ส่วนขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบค่อนข้างหนาเป็นสีเขียวเรียบเป็นมันเหมือนกันหมด
เส้นแขนงใบมีข้างละประมาณ 6-16 เส้น
ส่วนเส้นแขนงใบย่อยเรียงขนานกัน มีต่อมไขที่โคนเส้นกลางใบ ก้านยาวประมาณ 0.5-2
เซนติเมตร มีหูใบยาวประมาณ 0.5-2.8 เซนติเมตร
ร่วงได้ง่าย เกลี้ยงหรือมีขนขึ้นประปราย
ประโยชน์ของไทรใบเล็ก
ในป่าธรรมชาติ
ต้นไทรนับเป็นที่อยู่อาศัย และผลยังเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดของสัตว์ป่าหลายชนิด
เพราะต้นไทรมีลำต้นแผ่กว้าง เต็มไปด้วยหลืบโพรง ทั้งนกนานาชนิด กระรอก ชะนี ลิง
หรือแม้แต่สัตว์ใหญ่อย่าง เก้ง กวาง หมูป่า ฯลฯ ต่างก็ชอบรับประทานผลของมัน อีกทั้งต้นไทรแต่ละต้นก็ติดผลในช่วงเวลาที่ไม่ตรงกัน
จึงทำให้ในป่าใหญ่ที่มีต้นไทรมาก ๆ
จะมีผลไทรสุกไว้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เหล่านี้ได้ตลอดทั้งปี
จึงช่วยทำให้เกิดสมดุลต่อระบบนิเวศทั้งในป่าและในเมืองที่ปลูก

รากอากาศสามารถนำมาพันเป็นวงกลมเพื่อประดับดอกไม้แห้งเป็นพวงมาลาได้ ต้นไทรย้อยนิยมใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะมีทรงพุ่มแผ่กว้างให้ร่มเงาได้ดี ต้องมีเนื้อที่ในการปลูกพอสมควร แต่ในปัจจุบันวงการไม้ประดับได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะย่อส่วนต้นไม้ให้มีขนาดเล็กลง การนำไม้ป่าทั้งหลายรวมทั้งไทรย้อยมาปลูกเป็นไม้ประดับจึงสะดวกมากขึ้น
ด้วยความที่ตัวพุ่มของต้นไทรย้อยเป็นพุ่มแน่นทึบ
ประกอบไปด้วยใบไม้เรียงซ้อนกันหลายชั้น
จึงช่วยกั้นแสงแดดหรือช่วยดูดแสงแดดร้อนจัดในยามกลางวันได้
อีกทั้งพุ่มใบที่แน่นทึบยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก
ช่วยดูดซับควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์และฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี
จึงเหมาะอย่างยิ่งในการนำมาปลูกไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจัดสรร
คอนโดมิเนียม สถานที่ราชการ โรงแรม หรือแม้กระทั่งริมถนนและเกาะกลางถนน
นอกจากนี้แล้วข้อดีอีกอย่างหนึ่งของต้นไทรย้อยก็คือเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความแข็งแรง
ทนทาน ง่ายต่อการดูแลรักษา ไม่ค่อยมีโรคและแมลงมารบกวน
และสามารถเจริญเติบโตได้ในดินทั่วไปอีกด้วย

คนไทยโบราณเชื่อว่า
หากบ้านใดปลูกต้นไทรไว้เป็นไม้ประจำบ้านจะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข
นอกจากนี้ยังช่วยคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ทั้งปวงด้วย
เพราะมีความเชื่อว่าต้นไทรเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่มีเทพารักษ์อาศัยอยู่
จึงช่วยคอยคุ้มครองพิทักษ์คนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุขและปลอดภัย[4] แต่สำหรับบางคนก็เชื่อว่า
ไม่ควรนำต้นไทรมาปลูกไว้ในบ้าน
ไม่ใช่เพราะต้นไทรจะนำเรื่องร้ายเข้ามาในบ้านแต่อย่างใด แต่ด้วยเชื่อกันว่า
ต้นไทรนั้นมีเทวดาสถิตอยู่ จึงอาจจะไม่เหมาะสมที่จะนำมาปลูก แต่ที่แน่ ๆ
ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าต้นไทรนั้นมีรากเยอะ มีรากย้อยลงมาอาจดูเกะกะ
มีนกมาถ่ายมูลเรี่ยราด

รากจะแทงเข้าพื้นดินและแตกแยกออกไปโดยรอบ ทำให้สิ่งก่อสร้างบ้านเรือนหรือคอนกรีตเกิดการแตกร้าวและพังทลายได้ แถมบริเวณที่ปลูกต้นไทรก็ไม่สามารถปลูกไม้ชนิดอื่นได้เลย เพราะจะถูกรากไทรแย่งอาหารไปจนหมด แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวมาว่า ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาย่อส่วนต้นไทรให้มีขนาดเล็กลงแล้ว จึงสามารถนำมาปลูกในบ้านหรือสถานที่ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น